หินของฉัน (ตั้งแต่เมื่อไรกันจ๊ะ???)

อีกเช่นกัน เมื่อครั้งไปปฏิบัติที่วัดมเหยงค์นั้น พอล่วงเข้าวันที่ 5 ก็เริ่มผ่อนคลาย ไม่เคร่งเครียดมากนัก ชักปล่อยตัวตามสบาย (แต่ไม่ถึงกับเผลอ) เริ่มสังเกตสิ่งรอบข้างบ้าง …และแล้วในตอนบ่ายของวันนั้นเอง ซักสี่โมงเย็นเห็นจะได้ ขณะที่นั่งพักหลังจากปฏิบัติมาพอสมควร ก็ได้เห็นหลวงตา มานั่งปฏิบัติที่หินก้อนหนึ่ง (ก็ในรูปนี่แหละ) ท่านนั่งได้ซักพักเดียว ก็เริ่มเข้าสมาธิทันทีเลย ก็แปลกใจว่า เอ๊ะ ทำไมหลวงตาเก่งจัง หรือว่า เจ้าหินก้อนนี้ จะสัปปายะ ดี???
ดังนั้น พอหลวงตาออกจากสมาธิแล้วลุกจากไป ก็เลยลองนั่งบ้าง อ๊ะ ๆ มันช่างเหมาะเจาะเสียนี่กะไร เป็นหินก้อนใหญ่ที่เดียว นั่งได้อย่างสบาย เรียบ เย็น น่านั่ง …
นับจากครั้งนั้นเป็นต้นมา ก็มานั่งอยู่ตรงนี้ทุกครั้งที่มีโอกาส ในขณะที่คนอื่นก็คงจะเห็นและเป็นอย่างเราด้วยเหมือนกัน เจ้าหินก้อนนี้จึงต้องรับงานหนัก เพราะไม่ค่อยว่างนัก นอกเสียจากว่าตอนกลางวันแดดจัด ๆ เท่านั้น ถึงจะไม่มีคนนั่งที่นี่…
 มาเป็นเรื่องก็วันที่ 8 เกือบจะครบกำหนดอยู่แล้วเชียว ในเช้าวันนั้นก็รีบตื่นแต่เช้าอีกเช่นเคย หลังจากทำภาระกิจส่วนตัวเสร็จ ก็รีบมาเดินจงกรมที่ไม่ห่างจากหินก้อนนั้นมากนัก ใจก็คิดว่า เมื่อเดินเสร็จแล้วก็จะมานั่งต่อที่หินก้อนนี้แหละ เดินไปสุดทางเดินจงกรมข้างหนึ่งก็หันกลับมามองที่หินก้อนนี้ที เดินกลับไปสุดทางจงกรมอีกด้านหนึ่งก็หันกลับมามองหินก้อนนี้อีกที ก็ด้วยใจกังวลว่าใครจะมานั่งหินของฉัน (เป็นของฉันตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้) เดินกลับไปกลับมาและก็หันมามองหินทุกครั้งที่เดินจนสุดทางจงกรม เป็นอยู่อย่างนี้นานมากพอสมควร จนกระทั่งเดินไปสุดทางเดินจงกรมครั้งหนึ่ง ก็หันกลับมามองเหมือนเดิม แต่คราวนี้ความคิดเปลี่ยนไป จากที่กลัวว่าใครจะมาแย่งฉันนั่งกลายเป็นหัวเราะเยาะตัวเองว่า ทำไมโง่เขลาอย่างนี้ ไม่มีใครเอาเชือกมาผูกขาเราล่ามไว้กับหินซักหน่อย ทำไมเราต้องมาเดินอยู่แค่หินก้อนนี้ เหมือนกับลูกตุ้มนาฬิกาที่ไม่หลุดหายไปใหน ได้แต่แกว่งไกว ห้อยโตงเตงอยู่ตรงนั้นเอง ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ใช่หินของเราซักหน่อย และก็ไม่เห็นจะต้องผูกติดอยู่กับหินก้อนนี้ซักกะหน่อย พรุ่งนี้ เราก็กลับบ้านแล้ว หินก็คงจะอยู่ที่นี่ คงเอาไปไม่ได้ จึงเข้าใจคำสอนของท่านพุทธทาส ที่ว่า คนเรามัวหลงยึดติดกับคำว่า "ตัวกู-ของกู" เป็นอย่างนี้เอง จึงหันหลังให้กับหินก้อนนั้น แล้วเดินจากไปอย่างไม่ยึดติดอีกต่อไป…
             ถ้าหากพรุ่งนี้ ฉันต้องจากที่(โลก)นี่ไป ก็คงต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้ที่นี่ เหมือนกับเจ้าหินก้อนนี้นั่นเอง แล้วจะมายึดติดกับอะไรอีกหล่ะ เฮ้อ อิสระภาพเป็นอย่างนี้นี่เอง