กินข้าวเป็นหรือยัง?

24 – 26 ก.พ. ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปกราบนมัสการหลวงพ่อกล้วย และได้อยู่ค้างคืน 2 คืน ก็ประทับใจมากในความเมตตาของหลวงพ่อ ตลอดจนคนอื่น ๆ ที่อยู่ที่วัด ไม่ว่าจะเป็น พระ แม่ชี หรือว่าลุง ๆ ป้า ๆ ทั้งหลาย นอกจากนั้น สถานที่ยังสัปปายะอีกด้วย เสียอย่างเดียวที่อยู่ไกลกรุงเทพไปหน่อย ไม่งั้นคงจะได้ย้ายไปนอนวัดแน่นอน
      ที่คาดไม่ถึงก็คือว่า หลวงพ่อสร้างสะพานไว้ให้ฝึกสติด้วย ก็ได้ไปเดินหลายรอบแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้อะไรเท่าไรนัก คงจะกลับไปเดินอีก และคงจะได้ไปเดินในป่าช้าในเร็ววันนี้ ตอนนี้ได้แต่เดินในป่าคอนกรีต คงจะเร็ว ๆ นี้แหละน่า ก็คงจะไปจนกว่าจะได้เรียนรู้ธรรมะจากสะพานและป่าช้านี้ให้ได้
      วันที่จะกลับก็ไปลาหลวงพ่อ คำสอนก่อนจากสำหรับวันนั้นก็คือ "กินข้าวเป็นหรือยัง" 5555 เกิดมาจนจะตายอยู่อีกไม่นานนี้แล้ว เพิ่งจะมาหัดกินข้าวที่วัดนี้เอง ก็ได้แต่เรียนหลวงพ่อไปว่า กินเป็นแล้วแต่ยังไม่เก่ง ได้แต่รู้ลาง ๆ ยังไม่ชัดนัก และก็ทำยากเหมือนกัน แต่จะพยายามฝึกให้เก่งขึ้น วันข้างหน้าจะทำให้กินเพราะร่างกายหิวโดยที่ใจไม่อยากให้ได้ครับผม
โฆษณา

3 thoughts on “กินข้าวเป็นหรือยัง?

  1. ไม่ต้องแปลกใจหรอกค่ะ ที่ทำไมจำเนื้อหาจากการฟังธรรมที่ รพ.ทหารเรือ ได้ขนาดนั้น ก็มีตัวช่วยอย่าง ปากกา กับ สมุดโน้ต ไงล่ะคะ
     
    อนุโมทนาบุญทั้งจากการฟังธรรมและปฏิบัติที่ วัดป่าธรรมอุทยาน ค่ะ
    น่าเสียดายจัง ที่ไม่ได้เข้าป่าช้า ไม่งั้น คงได้เจอ "จอห์นนี่" ของ ดร.วรภัทร์
    แต่เห็นว่า คราวหน้าจะหาโอกาสเข้าให้ได้ใช่ไหมคะ คงได้เจอ อิๆ
     
    ได้เคล็ดลับอะไรดีๆ ก็มาบอกกันบ้างนะคะ
    12 มี.ค.นี้ ถ้าบุญนำพา คงมีโอกาสได้พบกัน 😉
     
    ปล. ไม่เห็นเล่าให้อ่านเลยว่า "กินข้าวเป็นหรือยัง" เป็นยังไง ?

  2. วิธีกินข้าวที่หลวงพ่อกล้วยสอนให้ก็คือว่า ก่อนกินถามตัวเองก่อน กายหิวหรือว่าใจอยากกิน และเมื่อลงมือกินก็ให้กินของที่ไม่อยาก หรือผลักใส (ก็ของที่ไม่ชอบน่ะ ซึ่งปกติเรามักจะไม่ค่อยตักกัน) ก่อน ส่วนของที่อยากกินน่ะ ก็อย่าพึ่งกิน เก็บไว้ก่อนรอให้หายอยากก่อนแล้วค่อยกิน ตอนที่รอให้หายอยากนี้ก็ดูจิตไปเรื่อย ๆ ว่ามันก่อตัวอย่างไร แล้วเป็นอย่างไร ดูไปเรื่อย ๆ จนกว่ามันจะหายอยากน่ะครับ
     
    แต่ว่าคำสอนเมื่อตอนไปถึงวัดนั้น ท่านก็สอนให้ดูจิต ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ตอนใหน และก็ให้ดับตั้งแต่มันเริ่มเกิดเลย ฟังดูง่าย ๆ แต่ว่ายาก ชะมัดญาตเลย
     
    คิดว่าตอนที่ไปเดินที่ป่าช้าคงไม่เจอจอห์นนี่หรอกครับ แต่เจอผีที่อยู่ในตัวเสียมากกว่า เหมือนตอนที่ไปเดินทีสะพานน่ะ แป๊บเดียวมันโผล่มาหลอกแล้ว ดูไม่ทันมันซักที…เฮ้อ สติมีน้อยจัง… หรือว่า ความอยากมันบดบังเสียหมดก็ไม่รู้นะ…

  3. กลัวจะห้ามใจตอนจิตมันอยากของที่อยากกินไม่ทันน่ะซีคะ
    แล้วถ้าเผอิญไอ้ของที่เราอยาก มันไม่มีใครอยากกะเรา
    พอเราพิจารณาจิตจนมันหายอยาก ของก็เหลือ เสียดายของอยู่นา
     
    ทุกวันนี้ตามดูจิตไม่ค่อยทันหรอกค่ะ เพราะมันจะชอบออกนอกอยู่เรื่อย
    ก็ไปตามแรงอาตยนะทั้ง 6 ดึงดูดนั่นแหละคะ…เบื่อมัน
    ต้องวอเรียกสติให้ช่วยมาตามจิตกลับมาบ่อยๆ
     
    ส่วนมนต์ทุกคืน ก็ขอผลบุญส่งผลให้บรรลุนิพพานในชาตินี้อยู่แล้วค่ะ แต่คงอีกยาวไกล
    ชาตินี้ ขอแค่ให้ได้เจอครูบาอาจารย์ที่ดี นำพาเราไปสู่หนทางที่ถูกต้องก็พอแล้วค่ะ
     
    ขอบคุณสำหรับ เทคนิคการ "กินข้าวเป็นหรือยัง" นะคะ 😉
     
    ออ "จอห์นนี่" (เลียนเสียง) ของ ดร.วรภัทร์ ก็คือ ความคิดนานา จิตฟุ้งซ่าน ที่มัน "จร" เข้ามาในใจค่ะ
    อาจารย์แกก็เรียกให้ดูเก๋เข้ากะบรรยากาศซะงั้น

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s