ไปวัดป่าธรรมอุทยาน 4 – 7 พ.ค.

        เมื่อวันที่ 4 – 7 พ.ค. ที่ผ่านมาได้ไปอยู่ที่วัดป่าธรรมอุทยาน ที่ไปอาทิตย์นี้ เพราะเห็นว่า อาจารย์ ดร. วรภัทร ไม่ได้พาคณะไป วัดคงเงียบและคนไม่เยอะ แต่ก็ลืมคิดไปว่า วันที่ 5 พ.ค นั้นหลวงพ่อกล้วยจะพาสร้างพระใหญ่ที่วัดไก่นา พอไปถึงก็ต้องตกใจ โอ๊ะ! แม่เจ้า รถเต็มไปหมดเลย จึงขับเลยไปไหว้หลวงปู่ใหญ่ก่อน แล้วจึงกลับมากราบนมัสการหลวงพ่อ พอหลวงพ่อเห็นหน้าเท่านั้น ก็ร้องเสียงหลงว่า "ทำไมเพิ่งจะมา" ไอ้เราก็งงว่าเพราะอะไรหลวงพ่อจึงถามอย่างนั้น ก็ตอบหลวงพ่อไปว่า จริง ๆ แล้ววันนี้ยังเป็นวันทำงานอยู่ นี่ก็ออกจาก กท. ตั้งแต่ตอน 11 โมงแล้ว แต่ต้องไปแวะที่ มทร.อิสาน เพื่อแวะพบลูกค้าก่อน จึงเพิ่งมาถึง นอกจากนี้หลวงพ่อยังทักอีกว่า "อ๊ะ อ้วนขั้นเยอะเหมือนกันนะ เป็นเพราะน้ำเกลือหรือไง แล้วหายดีหรือยัง???" แค่หลวงพ่อเมตตาแค่นี้ก็ปลื้มแล้วครับ…แล้วหลวงพ่อก็บอกให้ไปหาป้าใบ เพื่อขอเต้นท์จากป้าใบ แล้วก็ค่อยไปหาที่นอนเอา ในหอฉัน หรือว่า ศาลาเจ้าแม่กวนอิมก็ได้…ทำให้เข้าใจได้เลยว่า ทีหลวงพ่อถามว่าทำไมเพิ่งจะมานั้นเป็นเพราะอย่างนี้เอง…
       พอไปหาป้าใบ ก็ไม่พบเพราะว่าป้าใบพาคณะอื่นไปวัดไก่นา นอกจากนี้ เต๊นท์ยังหมดอีกด้วย 5555 ที่นอนไม่มียังพอว่า เต๊นท์ก็ยังไม่มีเลย แล้วจะนอนที่ใหนหล่ะเนี่ย ??? แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะยังหวังว่า เดี๋ยวป้าใบกลับมาก็คงมีคำตอบเองแหละ ฝากอนาคตไว้กับป้าใบก็แล้วกัน…จึงเดินดูไปรอบ ๆ วัด ก็ไปพบว่า มีคนกำลังกวาดทางเดินเราก็เลยไปรับอาสากวาดแทน ก็งานถนัดอยุ่แล้วนี่ ส่วนนาก็ไปช่วยผู้หญิงอีกคนที่กำลังถูพื้นหน้าหลวงปู่ใหญ่อยู่
       จากกุศลกรรมในครั้งนั้นเอง ทำให้เราได้รู้จักจุ๋ม (ที่กำลังถูพื้นอยู่) เมื่อเค้ารู้ว่า เราไม่มีที่นอน ไม่มีเต๊นท์ เค้าก็เลยชักชวนให้เอาของมาไว้ในห้องเค้าก่อนก็แล้วกัน จะได้ไปอาบน้ำอาบท่าเพื่อเตรียมตัวไปทำวัตรเย็นด้วยกัน โห! ผลของการทำดีให้ผลเร็วขนาดนี้เชียวหรือ ??? แค่นั้นยังไม่พอ จุ๋มยังแนะนำให้เราไปหาหลวงพ่อ เพื่อลองขอเต็นท์จากหลวงพ่อ ก็เลยทำตามคำแนะนำ พอหลวงพ่อรู้ว่าเต๊นท์หมด จึงให้คนแกะกล่องที่คนเพิ่งจะนำมาถวายให้เราเลย…อ๊ะ ได้ฉลองศรัทธาผู้ใจบุญคนแรกเลยหรือนี่???
      เมื่อเดินกลับเพื่อจะเอาเต๊นท์มาฝากไว้ที่ห้องของจุ๋มเพื่อจะไปทำวัตรเย็น นั้นจุ๋มก็แนะนำให้รู้จักกับกบ ซึ่งน่าสนใจมากกกกก อ๊ะ ๆ  อย่าคิดมากไปน่า ไม่ได้สวยจนเลิศเลออะไร แต่ที่น่าสนใจก็คือความเป็นคนมีใจอารีอารอบของเธอ ยิ่งได้รู้ประวัติเธอด้วยแล้วยิ่งน่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าทำงานที่ EGAT ในฝ่ายที่เราเคยประสานงานด้วย เท่านั้นเองก็ทำให้รู้สึกเหมือนว่าเป็นคนสนิท เป็นเหมือนพี่เหมือนน้องไปทันทีเลย
       นอกจากนี้เมื่อวางเต๊นท์ไว้แล้วจะเดินไปทำวัตรเย็นก็ได้รู้จัก แฟร์ ซึ่งพอได้ยินชื่อ ก็ทำให้นึกถึงคนที่ไป post ใน managerroom.com เพื่อเชิญชวนคนที่จะไปวัด ให้อาศัยรถคณะของเธอที่จะมาที่วัดนี้ เอง แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากนักเพราะว่าถึงเวลาทำวัตรเย็นเสียแล้ว
        หนังสือสวดมนต์คราวนี้เป็นเล่มใหม่ คาดว่าเป็นเล่มที่คุณรินพิมพ์มาถวายแน่เลย และที่เราชอบมาก ๆ ก็คือ มีบทปลงสังขาร บังสุกุลเป็น บังสุกุลตาย ที่ถูกใจเรามาก ๆ เสียด้วย นอกจากนี้ยังมีบทสวดธัมมจักฯ พร้อมคำแปล โห อะไรจะเหมาะเจาะขนาดนี้ ก็เลยคิดว่า ขากลับจะขอหลวงพ่อกลับไปซักเล่มหนึ่ง
        เมื่อสวดมนต์เสร็จ แฟร์ก็บอกให้จุ๋มไปกางเต็นท์นอนที่โรงพักศพซี จะได้ลองฝึกดูจิต จุ๋มก็เลยหันมาชวนเรา เพราะว่าเราก็ยังไม่มีที่จะกางเต๊นท์อยู่ด้วย ไอ้เราก็ตอบตกลงทันที เนื่องจากว่า เราไม่มีปัญหาเรื่องโรงพักศพหรอก เพราะว่าเคยนอนบนเตียงพักศพ มาแล้วดังนั้น ก็แค่โรงพักศพก็คงไม่ต่างกัน ก็เลยตอบตกลงไป จึงมีที่นอนแล้วเรา…เห็นไหมล่ะว่า ธรรมจัดสรร ทุกอย่างมันก็เป็นไปเอง ตามที่ควรจะเป็น ไม่เห็นต้องทุกข์ร้อนอะไรเลย…ก็นอนหลับสบายดี ฮา ๆ 
 
โฆษณา