คนโง่

      สองอาทิตย์นี้ ได้ยินเรื่องคนโง่ติดต่อกันสองครั้งจากสองครูบาอาจารย์
 
      ครั้งแรกเมื่ออาทิตย์ที่แล้วจากท่านพระอาจารย์อำนาจ เมื่อมีคนถามท่านว่า ถ้าถูกคนสนิทขอยืมเงินควรจะทำอย่างไรดี ซึ่งท่านก็ตอบว่า "อย่าให้ยืม แต่จงให้เพื่อช่วยเหลือเค้าให้สามารถอยู่ต่อไปเพื่อแก้ปัญหาได้เท่านั้น และไม่หวังจะขอคืน ควรให้เท่าที่เรามีกำลังพอจะให้ได้" ซึ่งเราก็เข้าใจเรื่องนี้ดี เพราะพ่อแม่เจอปัญหาเรื่องนี้กับญาติ ๆ จนชินแล้ว
 
       พระอาจารย์ยังได้เล่าถึงตัวท่านเอง ที่เคยให้คนในซอยขอยืม(ลืมซะมากกว่า) แล้วไม่เคยได้เงินคืนเลย แต่ท่านก็ยังให้ เพราะคิดว่าตัวท่านเองไม่ได้เดือดร้อน และก็ให้เพื่อชดใช้กันไป จนคนในซอยขนานนามท่านว่า "คนโง่ประจำซอย"
 
      มาอาทิตย์นี้อาจารย์ ดร.สนอง ก็บอกว่า คนส่วนใหญ่ ยิ่งเรียนมาก ก็ยิ่งฉลาดมาก แต่ฉลาดในแง่ เอากิเลสใส่ตัว …
 
      เอ…ถ้างั้น เรามิต้องเป็นคนโง่หรือ จึงจะพ้นทุกข์ ????
 
     เมื่อมองย้อนกลับมาดูตัวเอง ก็ค้นพบว่า มีหลายคนที่เค้าว่า เราโง่ ซึ่งบางครั้งก็รู้สึกเห็นด้วยไปกับเขา แต่ส่วนใหญ่ จะคิดว่า "ไม่เป็นไร ถือเสียว่าใช้หนี้กันไป" ก็เลยย้อนกลับไปทบทวนใหม่ว่า "ทำไมเราจึงเห็นด้วยกับเขา" ก็พบว่า เนื่องจากผู้พูดมีอิทธิพลทางความคิดต่อเราไม่แง่ใดก็แง่หนึ่ง นั่นย่อมแสดงว่า เรายังไม่มั่นคงในจุดยืนหรืออุดมการณ์ ที่ว่าจะใช้หนี้กันไปและเราก็ยังมีอัตตาตรงที่ว่า "คนอื่นกำลังว่าเรา" ดังนั้น ต่อไปนี้ เราจะต้องมั่นคงในจุดยืนของเราว่า จะ "ให้" ตามที่หลวงพ่อประสิทธิ์สอน เพื่อใช้หนี้กันให้หมด ๆ ไปในชาตินี้เลย และก็เชื่อในกฏแห่งกรรม ว่าใครทำอย่างไร เค้าต้องได้รับผลของกรรมนั้น ๆ และก็ขอให้เค้าไปชดใช้กรรมของเค้าเอง ไม่ต้องมาชดใช้กับเรา…และเชื่อตามที่อาจารย์วรภัทรบอกว่า "เบื่องบนมีตา เราอย่าหวั่นไหว เดี๋ยวข้างบนจะจัดการเอง"
 
      เราจะยอมเป็น "คนโง่" ของโลก เพื่อที่จะได้ลดอัตตาและก็ใช้หนี้ให้มากที่สุดในชาตินี้ และไม่ขอเอาคืน…
 
โฆษณา