ประตูใจ…

เมื่อวานนี้ (15 พ.ย. ) มาถึงหน้าออฟฟิสยังไม่ทันได้จอดรถสนิทดี

สายตาก็เหลือบไปมองที่หน้าประตูออฟฟิสดังเช่นทุกวัน

แต่วันนี้มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น … "เอ ทำไมประตูเหล็กม้วนไม่ได้ล๊อกกุญแจ" และก็คิดโทษตัวเองไปว่า

"ทำไมเราขาดสติจนลืมใส่กุญแจเชียวหรือ???"

ก็จึงรีบจอดรถและลงมาเปิดประตูเหล็กม้วนอย่างร้อนรน…

อนิจจา! ทันทีที่มองเห็นประตูกระจกเท่านั้น จิตตกมากกกกกกกก!  เพราะว่า

มันโดนทุบด้วยของแข็งจนแตกกระจาย…จิตสังขารเริ่มทำงานอย่างหนักทันที…

"เราโดนขโมยขึ้นออฟฟิสหรือนี่?" ความคิดแย่ ๆ จึงหลั่งใหลมาอย่างพร่างพรูราวกับสายฝน…

แล้วอะไรหายไปบ้าง…และที่สำคัญ Notebook "ของฉัน!!!!ล่ะ" แล้ว…….

ข้อมูลฉันยังไม่ได้ Backup ด้วย….โอ๊ย ตายแน่ ๆ …ขายังเดินช้ากว่าความคิด

เจ้าความคิดมันแล่นไปถึงโต๊ะทำงานเรียบร้อยแล้ว…ขาจึงต้องรีบจ้ำตามคำสั่งของความคิด…

เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสอง ก็รีบกวาดสายตาไปรอบ ๆ และมาจบลงตรงโต๊ะทำงาน…

เฮ้อ! Notebook ฉันยังอยู่ … ความโล่งอกก็ปรากฏขึ้นมาแทน…

คิดถึงเมื่อกี้แล้วเห็นชัดเลยว่า ขาดสติ จนลืมกายใจไปถนัด

แต่พอเห็นว่า Notebook ยังอยู่…สติก็กลับมาดังเดิม จิตก็เริ่มปกติ ลมหายใจที่สั้น ๆ กระชั้น ๆ ก็กลับสู่สภาวะปกติอีกครั้งหนึ่ง

เริ่มสำรวจสิ่งต่าง ๆ อย่างช้า ๆ เพื่อหาว่า อะไรหายไปบ้าง

ก็เห็นว่า เครื่องถูกรื้อเครื่องหนึ่ง ram หายไป ซีพียูกะลังถอดแต่ยังไม่สำเร็จ???

ของที่โต๊ะแก้ว โต๊ะน้อย ถูกรื้อกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น…

ก็จึงได้เดินไปถามป้าอ้อยว่า เมื่อคืนได้ยินเสียงอะไรบ้างใหม?

แกก็ตอบว่า ได้ยินเสียงวัยรุ่นดังไปหมด

ก็เลยคิดว่า คงทำเสียงดังเพื่อกลบเสียงการงัดและทุบกระจก

ป้าอ้อยให้เบอร์โทร. ตำรวจมา จึงโทรไปแจ้งความ…

และก็รอคนอื่น ๆ มาเพื่อตรวจสอบว่า ใครมีอะไรหายไปบ้าง…

กว่าจะจบเรื่องกับตำรวจก็ปาเข้าเก้าโมงกว่า และให้หนอมไปดำเนินการเรื่องแจ้งความ

และคัดบันทึกประจำวันมาเพื่อเคลมประกันต่อไป…ทำประกันก็ดีอย่างนี้เอง…

          ตอนค่ำเพื่อนสนิทโทร.มาสอบถามข่าวคราวเรื่องโดนงัดออฟฟิส ก็เล่าไปคร่าว ๆ

แต่ก่อนจบบทสนทนา เค้าก็ถามว่า "แล้วจะทำประตูกั้นอีกชั้นหนึ่งหรือเปล่า ?"

เราก็ตอบไปว่า "คงไม่ละ แค่สองชั้นกับประกันภัยก็พอแล้ว ที่เหลือมันจะเป็นยังไงก็ช่างมันเถอะ"

แล้วก็วางสายไป แต่ในใจเราอยากจะบอกว่า….."ไม่ละ ทำประตูกั้นใจดีกว่า อย่าให้ของ(ฉัน)หายมันมากระทบใจได้อีก … ความจริงก็ของขอยืมใช้ทั้งนั้น ไม่เห็นมีอะไรเป็นของเราจริง ๆ ซักอย่าง ไม่นานก็ต้องคืนเค้าไปทั้งหมดแล้ว จะอะไรกันนักหนา เมื่อได้ทำสิ่งที่ควรทำแล้ว ก็น่าจะอยู่แบบปล่อยวางและหมั่นฝึกสติไว้ดีกว่า…"

 ฉันจะทำประตูกั้นใจไว้…จนกว่ามันจะเป็นอิสระ…

โฆษณา

2 thoughts on “ประตูใจ…

  1. อย่างนี้สิเขาถึงเรียกนักปฏิบัติจริงๆ  ทำใจกันวินาทีต่อวินาทีเลย..โมทนาสาธุด้วยที่ของสำคัญยังไม่หาย..
     
    แต่เราสิหายไปหมดเลยตั้งแต่งานกฐิน..ยังดีทำใจได้ตั้งแต่วินาทีที่9 เลยไมทุกข์สักเท่าไหร่..
     
    เสียดานแต่ก็ข้อมูลนั่นแหละนะ..  อย่างว่าอะไรๆก็ไม่เที่ยงเนอะ..วางๆใจไว้เดี๋ยวมันก็เย็นแล้ว…  สาธุนะ..

  2. กันย์ว่า แทนที่จะเป็น "การสร้าง" ประตู
    น่าจะเป็น "การเปิด" ใจมากกว่าค่ะ
    กั้นไว้อย่างงี้ แล้วใจจะเป็นอิสระได้ไงคะ ???
     
    ให้ของ(ฉัน)มากระทบใจที่เปิดบ่อยๆ ก็ดีนะคะ
    จะได้ฝึกสติรู้อยู่กับกายใจได้มากๆ 😉

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s