เพียงพอ…พอเพียง

ตั้งแต่เริ่มปฏิบัติธรรมได้ไม่นานนักก็เริ่มสำรวจตัวเอง
ว่ามีอะไรบ้างที่สะสมไว้จนเกินความจำเป็น
ก็พบว่ามีอยู่ ๔ อย่างที่เราสะสมไว้จนเกินคำว่า "พอเพียง"
 
คือ เสื้อผ้า กระเป๋า นาฬิกา และ หนังสือ
 
จึงเริ่มยุทธการ สะสางทันที
 
สิ่งแรกที่จัดการก็คือ เสื้อผ้า
จึงคัดเสื้อผ้าที่คิดว่าจะเอาเก็บไว้ใช้ต่อเท่าที่จำเป็น
นอกจากนั้นก็ขนเอาไปให้คนที่เขายังขาดแคลน
ก็ทำให้ตู้เสื้อผ้าว่างขึ้นมาอีกโข
 
และก็ตั้งเงื่อนไขไว้ว่า
"ถ้าจะซื้อใหม่อีกกี่ตัว ก็ต้องบริจาคตัวเก่าออกไปเท่านั้นหรือมากกว่านั้น"
 
ก็ทำให้ตู้เสื้อผ้าที่เคยมีขนาดไม่พอก็กลายเป็นตู้ที่ว่างพอแล้ว
 
สิ่งต่อมาที่จัดการก็คือ กระเป๋า…สะสมไว้มาก
ก็ด้วยความที่ต้องเดินทางบ่อยมาก ก็จึงมีหลายขนาด หลายแบบ
เอาไว้เลือกใช้ให้เหมาะกับการเดินทางแต่ละครั้ง
ก็เลยเก็บไปให้ญาติพี่น้อง หรือคนรู้จัก
ใครอยากได้ใบใหน เลือกไปเลย…
ผลก็คือ ทำให้บ้านว่างขึ้นมาอีกโขอยู่
 
ต่อมาก็ หนังสือ
เพราะเป็นคนชอบอ่านมากกกกกก
หนังสือ เป็นเพื่อนที่ดีมากอย่างหนึ่ง
ให้หลาย ๆ อย่างแก่เรา
จึงเลือกซื้อ และก็เก็บเอาไว้
เพราะว่า ตอนที่ไม่มีอะไรจะอ่าน ก็ได้หนังสือที่เก็บไว้นี่แหละ
จึงไม่ค่อยได้ทิ้งไปเท่าไรนัก
พอตอนนี้ก็เลยมานั่งคัดว่า
 
เล่มใหนที่ไม่เคยหยิบมาอ่านนานแล้ว
และก็คิดว่าไม่จำเป็นสำหรับเราอีกต่อไป
ก็ทั้งแจก ทั้งขายแบบชั่งกิโล
แต่ก็ยังเหลืออีกเยอะ…
ที่ตัดใจยากมากก็คือ หนังสือ ธรรมะ
เพราะไม่เคยเห็นว่า หนังสือธรรมะ เล่มใหนที่จะล้าสมัยเลย
อีกอย่างหนึ่ง หนังสือธรรมะ ต้องอ่านบ่อย ๆ
อ่านแล้ว อ่านอีก…อ่านครั้งแรกอาจจะไม่ได้อะไรเลย
แต่พออ่านครั้งที่สอง อาจจะได้เพิ่มขึ้น
หรือว่า ปฏิบัติไปซักพักหนึ่ง แล้วกลับมาอ่านใหม่
ก็จะได้อะไรเพิ่มมากขึ้นทุกที
 
เพื่อนเคยบอกว่า ให้แจกคนอื่นไปบ้าง
เราก็ได้แต่ตอบว่า เอาไว้ให้มันเข้าไปอยู่ในใจเราให้ได้ก่อน
แล้วเราจะแจก…ตอนนี้ไม่ได้สะสมไว้ดูเล่น
หรือเอาไว้อวดชาวบ้านว่ามีเยอะ
แต่เก็บเอาไว้ศึกษาก่อน
เพราะคนที่ปฏิบัติอย่างเรา
นอกจากพ่อแม่ครูบาอาจารย์แล้ว
ก็มีหนังสือนี่แหละเป็นกัลยาณมิตรที่ดีอีกอย่างหนึ่ง
ก็เลยแจกไปไม่เท่าไรเลย
ชั้นหนังสือจึงว่างลงได้ไม่นาน
ก็กลับมาเต็มไปด้วยหนังสือธรรมะที่เพิ่งจะได้มาไม่นานนี้
 
สิ่งสุดท้ายที่ยังไม่ได้สะสางก็คือ นาฬิกาข้อมือ
เคยบ้า…และก็เดินทางบ่อย
พอไปต่างประเทศทีไร ก็มักจะซื้อติดมือมาทุกที
ตอนนี้จะเอาไปแจก ก็ยังไม่กล้า ยังตัดใจไม่ได้
จะขายก็ราคาตก…ยังเห็นความเสียดายอยู่
เฮ้อ…ต้องหักดิบ หรือเนี่ย????
 
ตอนที่ไปบวชนั้น ก็ได้ทดลองใช้ชีวิตอย่างพอเพียงดู
เพราะว่า พระอาจารย์สอนก่อนที่จะบวชว่า
ที่วัดนี้ ไม่จำเป็นต้องมีเงินซักบาทก็อยู่ได้
เราก็จึงไม่รับถ้าไม่จำเป็น…และถึงรับมาแล้ว
ก็รีบให้เด็กเอาไปหยอดตู้บริจาคทันที
เพื่อจะลองดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราต้องอยู่สมถะและไม่มีเงินติดตัวเลย
 
ผลก็ปรากฏว่า…ทำให้เราปลอดโปร่ง โล่งสบาย
เพราะไม่ต้องเก็บรักษาสิ่งที่ไม่จำเป็น
ถึงคราวที่จำเป็นจะต้องใช้ หรืออยากได้สิ่งใด
ที่เหมาะสมและจำเป็นกับอัตภาพแล้ว
ก็จะมีมาเอง…ทำให้เรามั่นใจว่า
เราสามารถอยู่ได้โดยไม่เดือดร้อนอย่างแน่นอน
 
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา…เราจึงเข้าใจได้ว่า
 

เพียงแค่เรารู้จักพอ เราก็มีชีวิตอยู่ด้วยความสุขอย่างพอเพียงได้ไม่ยากนัก
โฆษณา

One thought on “เพียงพอ…พอเพียง

  1. ทุกวันนี้ก็ตั้งมั่นอยู่กับคำว่า "พอเพียง" และ "เพียงพอ" ค่ะ
    แต่คนรอบข้างเรากับของรอบตัวเรานี่สิค่ะ
    มีแต่ "พอกพูน" และ "พูนเพิ่ม" เซร็งงงงง ค่า

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s