เกิด-ดับ

เมื่อวานนี้มีโอกาสไปฟังธรรมจากพระอาจารย์อำนาจ ที่ห้องสมุดธรรมะอีกครั้งหนึ่ง
เราไปถึงก่อนเวลาพอสมควรเพราะตั้งใจว่าจะไปดูหนังสือและซีดีเอาไว้อ่านและฟังเวลาว่าง ๆ
ก็ได้หนังสือของหลวงพ่อมาสี่เล่มและซีดีเรียนพระไตรปิฎกด้วยตนเองอีกหนึ่งแผ่น
 
วันนี้เค้าย้ายลงมาที่ห้องข้างล่างซึ่งใหญ่กว่าห้องพระข้างบน
และก็ติดตั้งวิดีโอโปรเจคเตอร์จอยักษ์ และเครื่องเสียงใหม่
แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ วันนี้มีผู้ชายมาเยอะ
ปกติแล้วอัตราส่วนของผู้ชายไปปฏิบัติธรรมนี้น้อยมากเมื่อเทียบกับผู้หญิง
โดยผู้ชายเราไปไม่เคยถึงสิบเปอร์เซนต์ด้วยซ้ำไป
แต่วันนี้อาจจะถึงสามสิบเปอร์เซนต์ เห็นจะได้ คะเนเอาจากที่มองผ่าน ๆ
ที่สำคัญ อายุยังน้อย และเป็นระดับปัญญูชนเสียด้วย
 
เริ่มต้นการปรารภธรรมะด้วยการร้องเพลงโดยคุณจีวัน
โดยเพลงแรกคือ เพลงอยู่กับคุณอา...เอ อาใหนหว่า???
แต่พอได้ฟังเนื้อเพลงก็ร้องอ๋อ…ก็อานาปาณสติไง
ส่วนเพลงที่สองจำชื่อมะได้แล้ว
รู้แต่เพียงว่า…เมื่อเราได้ฟังเพลงนี้แล้ว
ก็รู้สึกว่า ใจเรานี้เป็นอิสระ กว้างใหญ่อย่างบอกไม่ถูก…
ห้องทั้งห้องนี้ว่างเปล่าเหมือนไม่มีใครอยู่เลย
มีแต่ความว่างเปล่า และใจเราที่เป็นสุขแค่นั้นเอง
 
เมื่อเพลงจบลง…หลวงพ่อก็เมตตาเล่าความเป็นไปเป็นมาของเพลงนี้ให้ฟัง
เมื่อหลวงพ่อปรารภธรรมะได้ไม่นานนัก ฝนก็ตกลงมา
คนที่อยู่ในห้องก็พยายามนั่งเบียด ๆ กันอีกนิดเพื่อเปิดโอกาสให้คนข้างนอกได้เข้ามานั่งด้วย
เราเลยถอยไปนั่งข้างหลัง…ได้ที่เลย ก็ได้ที่พิงไง…สบายไปอีกอย่างหนึ่ง
 
และก็เช่นเคย…หลวงพ่อใช้วิธีสื่อธรรมะสู่ผู้ฟังด้วยการเขียนรูป
วันนี้พอหลวงพ่อเริ่มต้นก็ขีดเส้นสั้น ๆ ขึ้นมาสามเส้น
และบอกว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรมากกว่าการเกิด-ดับ
แต่เพราะว่า การเกิดดับนั้นสืบเนื่องต่อกันไป
จึงทำให้มีเราเกิดขึ้นมาอยู่ในนั้น
 
เราเห็นการเกิดดับไปพร้อม ๆ กับเวลาที่หลวงพ่อขีดแต่ละครั้ง
และก็ร้อง อ้อ! ขึ้นในใจ…อ๋อ มันเป็นอย่างนี้เอง
แล้วก็คิดถึงหลวงตาประสิทธิ์ วัดถ้ำยายปริก
ที่เคยเมตตาสอนให้เราดูการเกิดดับของสิ่งต่าง
และท่านเมตตาด้วยการบอกให้เราดูการเกิดดับจากการเขียนหนังสือของเราเอง
 
เรากลับมาดูอยู่ไม่นานก็กลับไปส่งการบ้านให้หลวงตาฟังว่า
"เวลาเราดูการเกิดดับจากการเขียนหนังสือแล้วมันเขียนไม่ออก
มือมันพาลแข็งทื่อจนเขียนไม่ได้เลย"
 
มาตอนนี้เราเข้า(ไปใน)ใจแล้ว…ตอนนั้นเราไม่ได้ดู แต่เราจ้อง(เพ่ง) มันอยู่ต่างหาก!
พอมาวันนี้ นั่งดู เหมือนคนนั่งอยู่ริมตลิ่งแล้วดูขยะที่ลอยผ่านมา
อันแล้ว อันเล่า…การเขียนหนังสือก็ทำให้เราเห็นการเกิดดับได้ไม่ยากแล้ว
 
หลวงพ่อค่อย ๆ เขียนไปเรื่อย ๆ เราก็เฝ้าดูไปเรื่อย ๆ
ตราบใดที่เราดูที่มือหลวงพ่อที่เขียนไปแต่ละเส้นนั้น…
เราจะเห็นแค่อาการเกิดดับ เกิดดับ อยู่อย่างนั้น
แต่พอเราถอยห่างออกมาจากมือหลวงพ่อ…เราเริ่มเห็นรูปทั้งหมด
และเราก็เพิ่งจะเข้าใจตรงนี้เอง…
รูปนี้เกิดขึ้นมาจากการเกิดดับเล็ก ๆ ที่หลวงพ่อขีดเขียนขึ้นมานั้นเอง
 
ไม่รู้เป็นยังไง เราไปฟังธรรมแต่ละครั้งจะจำไรไม่ค่อยได้เลย
ยอมรับเลยว่า จำแม่นยังกะไปอัดเทปมาเลยแน่ะ 555
แต่เราจะจำได้เฉพาะที่มันเข้าไปในใจเท่านั้น
แต่ที่ได้ยินนั้นจะจำไม่ค่อยได้เลย
 
วันนี้เราจึงได้แค่ดูการเกิดดับ และก็ได้ธรรมะอื่น ๆ อีกเล็กน้อย เช่น
"คนเรามีเวลากันทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกทำอะไรเท่านั้นเอง"
ก็เพราะเรามักจะได้ยินคนพูดกับเราเสมอว่า "ไม่มีเวลาปฏิบัติธรรม"
ซึ่งความจริงแล้ว เค้าทำได้ตลอดเวลาเท่าที่หายใจอยู่ และยังลืมตาตื่นอยู่
แต่เค้าเลือกที่จะทำอย่างอื่นมากกว่าจึงไม่มีเวลาต่างหาก!!!
 
และที่ได้มาอีกอย่างหนึ่งในตอนใกล้ ๆ จะจบก็คือ
"การบอกเล่าเรื่องราว ก็คือ การพูดถึงประสบการณ์ในมุมมองของเรานั่นเอง"
อันนี้เราก็นึกถึงการเขียนบันทึกใน blog นี้ทันที
และก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ด้วย
เราเคยไปฟังธรรมพร้อม ๆ กับคนอื่น
แต่สิ่งที่เราเห็น ได้ยิน อาจจะไม่เหมือนกันคนอื่น
ดังนั้น บันทึกนี้ จึงเป็นการบอกเล่าประสบการณ์ในมุมมองของเราในขณะนั้นนั่นเอง
และเมื่อย้อนกลับไปอ่านบันทึกเก่า ๆ ก็ทำให้เราเห็นว่า
มุมมองของเราต่อเรื่องเดิม ๆ อาจจะเปลี่ยนไป
บางครั้งเคยคิดจะกลับไปแก้ไข (ที่เคยบันทึกไว้)
แต่เราก็ไม่ทำ เพราะจะเก็บเอาไว้ดูการเปลี่ยนแปลงในตัวเรา
และก็เอาไว้วัดความคืบหน้าในการปฏิบัติธรรมของเราไปด้วยในตัว