สยามนิรมิต

และแล้ววันหยุดยาวววว ก็ผ่านไปอีกครั้งหนึ่ง
โดยก่อนที่วันหยุดจะมาถึง เราได้เตรียมหาที่ปลีกวิเวกไว้แล้ว
และก็คิดว่า จะลาหยุดสี่วันเพื่อที่จะได้ไปปลีกวิเวกเก้าวันเต็ม ๆ
แต่แล้วความฝันก็พังทะลาย ด้วยภาระหน้าที่การงานและภาระทางสังคม…
 
เสาร์อาทิตย์และจันทร์ที่ผ่านมา อาเหลียงพาแฟน, เพื่อนชาวสิงคโปร์และญี่ปุ่นมาเที่ยวเมืองไทย
เราจึงต้องเป็นคนขับรถและไกด์(ผี) จำเป็น ไปด้วยในตัว…
ก็ไม่รู้ว่าจะพาไปใหนบ้าง เพราะเค้าบอกมาเพียงง่าย ๆ ว่า กิน ช๊อป และก็เที่ยววัดนิดหน่อย
เพราะว่า Miho นั้นยังไม่เคยมาเมืองไทย แต่อยากไปเที่ยววัด
ก็เลยคิดว่า งั้นวันเสาร์ มาถึงก็ปล่อยให้ไปประตูน้ำ แล้วไปนวดที่สปาให้หายเมื่อยเสียก่อน…
ตกเย็นก็พาไปกินอาหารทะเลแล้วไปดูโชว์ที่สยามนิรมิตก็แล้วกัน
พอวันอาทิตย์เช้าก็ปล่อยไปสวนจตุจักร พอบ่ายก็ไปตลาดน้ำยามเย็นที่อัมพวา
และถ้าไม่รีบร้อนกลับก็เช่าเรือดูหิ่งห้อยก่อน
วันจันทร์เช้าค่อยไปวัดพระแก้ว สาย ๆ กลับมาเช็คเอ้าท์ แล้วก็ไปช๊อปที่มาบุญครองก่อนขึ้นเครื่องละกัน
 
พอถึงเหตุการณ์จริง… ก็มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการบ้างเล็กน้อย
เช่นว่า …ไม่ดูหิ่งห้อยแล้ว เพราะคนเยอะมาก คงจะเป็นวันหยุดยาว
คนไทยก็เลยแห่กันมาเพียบ…แต่โดยรวมเค้าก็ยังประทับใจที่นี่
โดยเฉพาะ Miho…ที่บอกว่าจะมาเมืองไทยอีก และจะมาพัก Home stay ที่นี่ให้ได้
และก็วันจันทร์ ที่ไม่ได้ไปมาบุญครอง เพราะว่าเค้าตื่นสายก็เลยร้อน กลับมาก็เลยเดินใกล้ ๆ โรงแรมก่อนไปขึ้นเครื่องกลับ
 
…เอาหละเข้าเรื่องสยามนิรมิต ตามที่จั่วหัวเรื่องไว้ดีกว่า…
เราไปครั้งนี้เป็นครั้งที่สี่แล้วมั้ง…
ในแต่ละครั้งก็มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการแสดงอยู่เสมอ
ทั้ง ๆ ที่เค้าทำได้ดีมาก สมคำว่า "นิรมิต" จริง ๆ
concept การแสดงยังคงเหมือนเดิม คือ เน้นศิลปวัฒนธรรมของแต่ละภาค
แต่ว่ารายละเอียดหรือการแสดงบางอย่างได้ปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
ทำให้เราไม่รู้สึกเบื่อแต่อย่างใดที่ต้องมาแล้วมาอีก…
 
เรายังก็นึกชื่นชมและขอบคุณเค้าอยู่เสมอ ที่มีสถานที่อย่างนี้ไว้ให้เรารับรองแขก
โดยที่ไปที่นี่ที่เดียว…ก็เหมือนกับได้รู้จักคนไทยได้ทุกภาค
เค้าได้สร้างบ้านทั้งสี่ภาคไว้ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อให้แขกที่มาก่อนเวลาแสดงได้เดินเที่ยวชม
และยังมีการแสดงเล็ก ๆ น้อย ๆ รวมทั้งจำลองวิถีชีวิตของคนไทยแต่ละภาค
ไว้ให้ชมก่อนการแสดงจริงให้ชมอีกด้วย
เราได้อธิบายถึงลักษณะของบ้านแต่ภาคให้เค้าฟัง
ว่าภูมิปัญญาของบรรพบุรุษเราที่สั่งสมมานาน จนเกิดเป็นวัฒนธรรม
ทั้งสี่ภาคที่แตกต่างกันออกไป
บ้านแต่ละภาคก็จะเหมาะสมกับภูมิอากาศของภาคนั้น ๆ และยังสะท้อนถึงกรอบความคิดของคนภาคนั้นได้อีกด้วย
นอกจากบ้านแล้ว อาหารการกินและภาษาพูดท้องถิ่นของแต่ละภาค
ที่แตกต่างกันไปตามท้องถิ่นนั้น ๆ
ยังแสดงให้เห็นถึงกรอบความคิดของเค้าเหล่านั้นได้อย่างดีอีกด้วย
 
เรายกตัวอย่างให้เค้าฟัง และให้เค้าลองเปรียบเทียบกับของเค้า เช่น ญี่ปุ่น หรืออาจจะอเมริกา ก็ได้
มันก็จะทำให้เราได้รู้จักคนเหล่านั้นได้ดีขึ้น …แล้วเราก็จะอยู่กับเค้าได้อย่างมีความสุข และไม่ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด
 
และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ทำให้เราไม่ต้องดื่ม(ตามธรรมเนียม) และยังได้พักผ่อนจิตใจอีกด้วย
เนื่องจากในแต่ละบ้านนั้น จะมีคนประจำที่เริ่มจะคุ้นหน้าคุ้นตาและเป็นกันเองกับเรา
และเราก็ช่วยแบ่งเบาภาระในการอธิบายถึงวัฒนธรรมของเค้าให้เพื่อนของเราอีกด้วย
เราจึงขอบคุณเค้าทุกครั้งที่เรามาที่นี่ และก็อดไม่ได้ที่จะแนะนำ ชักชวน คนที่คิดว่าน่าจะไปดู ให้ไปดูซักครั้งหนึ่ง
 
และครั้งนี้ก็เช่นกัน ที่เรารู้สึกขอบคุณเค้าเป็นอย่างมาก…
 
เมื่อการแสดงเริ่มขึ้น เราคอยแนะนำเค้าเป็นระยะ ๆ เกี่ยวกับการแสดงที่กำลังดำเนินอยู่
และก็คอยเชื้อเชิญนักแสดงให้มามาอาเหลียง
เพื่อออกไปมีส่วนร่วมในการแสดง…แต่ว่า นาก็มักจะบอกให้เราอยู่นิ่ง ๆ จนเรารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
ทันทีที่ความหงุดหงิดเกิดขึ้น เราก็หันกลับมามองตัวเองทันที
และก็เพิ่งจะรู้สึกตัวเดียวนี้เองว่า ตั้งแต่การแสดงเริ่มต้น จนมาถึงตอนนี้
เรา  เผลอ และขาดสติ โดยสิ้นเชิง…ลืมกาย ลืมใจ ไปสนิท
 
ตอนนั้นการแสดงมาถึงองค์ที่สามแล้ว ซึ่งเป็นการแสดงเกี่ยวกับ นรก ป่าหิมพานต์ และสวรรค์
และตอนที่เรารู้สึกตัวนั้น มาถึงการแสดงเกี่ยวกับสวรรค์พอดี…
พอรู้สึกตัว…พลันคำสอนของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ก็พรั่งพรูออกมาว่า…
"นักแสดงนั้นมีอคติเป็นที่หมายแน่นอน เพราะว่าทำให้คนลุ่มหลงและขาดสติ"
เรายืนยันได้ในตอนนี้ที่เราเห็นได้ชัดเจนเลยว่า การแสดงของเค้าดีมาก
จนทำให้เราขาดสติ ลืมกาย ลืมใจ ไปสนิทเลย
เพราะเรามัวแต่เพลิดเพลิน มัวเมา ดื่มด่ำ กับความสุขจาก รูป เสียง ที่อยู่ตรงหน้า
โอ้หนอ …ความสุข ของปุถุชน เป็นอย่างนี้เองกระมัง???
เมื่อได้เสพย์ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ที่ตัวเองต้องการ
ก็พาลลืมกาย ลืมใจ จนขาดสติ นั่นเอง
 
ต้องขอขอบคุณสยามนิรมิตและนา ที่ทำให้เราเห็นได้ชัดถึงการขาดสติ
และเพลิดเพลินไปกับการแสดง…
 
 
 
โฆษณา

2 thoughts on “สยามนิรมิต

  1. โอ้ล่ะหนอ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส
    มันอยู่เรามามันตั้งแต่เกิด
    มันถึงตัดได้ยากยังไงคะพี่ต่อ
    ใครรับรู้แล้วปล่อยวางได้ นั่นแหละ สิ้นทุกข์

  2. คงต้องหาวิธีเพิ่มสติอย่างรวดเร็วมั๊ง…
    มีที่ใหนที่ทำได้ ช่วยบอกด้วยละกัน
     
    วัยรุ่น ใจร้อน น่ะ…. 

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s