ธรรมะ…จาก…ดอกไม้

อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ก็ได้ไปผาซ่อนแก้วอีกครั้งหนึ่ง
คราวนี้เตรียมตัวเพื่อจะไปค้างที่ถ้ำซักสองคืน
ก็สะสางทุกสิ่งทุกอย่าง และเตรียมตัวเตรียมใจอย่างดี
ก็กะว่าจะรบกวนพระอาจารย์พาไปส่งแล้วก็ปล่อยเราไว้ที่นั่นคนเดียว
ขาลง เราจะกลับลงมาเอง…
 
เราก็ออกเดินทางแต่สาย ๆ ของวันศุกร์
เพื่อที่จะได้ไปถึงผาซ่อนแก้วซักบ่ายสาม
จะได้มีเวลาให้พระอาจารย์ขึ้นไปส่งและลงมาก่อนค่ำ
 
ระหว่างทางก็แวะรับแตนที่สระบุรี …
คราวนี้ก็เป็นอีกคราวหนึ่งที่เป็นทีมใหญ่
เราขับเร็วพอสมควรเพราะอยากไปถึงเร็ว ๆ
ก็เลยโดนจับความเร็วไปตามระเบียบ ฮา ฮา
 
พวกเรายอมหิ้วท้องไปกินข้าวเที่ยงกันที่วิเชียรบุรี
ก็ไม่พ้นร้านไก่ย่างร้านเดิม…บัวตอง
ทุกคนติดใจและชอบ…แฟร์ถึงกับเอ่ยปากว่า
"มากับพี่ต่อได้กินของอร่อยทุกที"…
เราก็ตอบว่า คงไม่ใช่เพราะเรา น่าจะเป็นนามากกว่า
เพราะว่าชอบเอาอาหารอันปราณีตไปถวายพระ
 
กว่าพวกเราจะไปถึงผาซ่อนแก้ว ก็เกือบสี่โมงเย็น
ไปถึงก็เจอนี…ก็บอกกับเราว่า พระอาจารย์ยงยุทธเพิ่งจะลงไปกุฏิเอง
เราก็เลยบอกว่า…โธ่น่าเสียดาย เพราะว่า จะรบกวนให้พระอาจารย์ไปส่งที่ถ้ำหน่อย
นีก็บอกว่า ถ้ำยังขึ้นไม่ได้หรอก เพราะว่าสองสามวันที่ผ่านมานี้ฝนตกหนัก
ดินถล่ม อันตราย…และให้เราโทร.หาพระอาจารย์
เราโทร.เท่าไรก็ไม่ติดแต่พอใช้เครื่องนีโทรก็ติดทันที
 
พระอาจารย์จึงบอกว่า ถ้ำยังขึ้นไม่ได้ ไม่ปลอดภัย
ให้เราตามลงไปที่กุฏิเลย เพราะว่าสองสามวันที่ผ่านมาฝนตกหนัก
พระอาจารย์ไม่ได้กลับกุฏิมาสองสามวันแล้ว
กำลังทำความสะอาดอยู่ เราก็รีบบอกว่างั้นจะลงไปช่วยทำความสะอาดก็แล้วกัน
 
เดี๋ยวนี้เรื่องทำความสะอาดวัด ไม่ว่าจะเป็นกวาด เช็ด ถู เป็นเรื่องทีเราชอบมาก
และทุกครั้งที่ทำ ก็จะนึกถึงคำสอนของหลวงพ่อกล้วยอยู่ตลอดเวลาว่า
"ข้างนอกสะอาดแล้ว ข้างในล่ะสะอาดหรือยัง??"
ซึ่งทำให้เราทำความสะอาดไป และก็ดูจิตดูใจ ตามไปด้วยเสมอ
 
กุฏิของพระอาจารย์เล็กนิดเดียว แถมเฟอร์นิเจอร์ก็ไม่มีอะไรเลย
จึงใช้เวลาไม่มากนัก…หลังจากนั้นก็เลยนั่งฟังนากับแฟร์
พูดถึงเรื่องไบโอดิสก์ให้พระอาจารย์ฟัง
ซึ่งพระอาจารย์ก็เมตตาเล่าให้ฟังบ้างเป็นครั้งคราว
ทำให้เราได้รู้เรื่องบางอย่างเกี่ยวกับพระอาจารย์มากขึ้น
และก็เริ่มสนใจไบโอดิสก์มากขึ้นอีกด้วย
 
วันนี้เป็นวันแรกที่เราเห็นพระอาจารย์ให้โอกาสกับพวกเรามากเป็นพิเศษ
เพราะว่า เห็นพระอาจารย์เลื่อนนัดและยกเลิกนัดบางรายการ
แล้วเอาเวลามาให้พวกเรา
ที่สำคัญ หลังจากคุยเรื่องไบโอดิสก์เสร็จแล้ว
พระอาจารย์ยังเมตตาพาชมสถานที่ด้วย
เพราะว่าแฟร์เพิ่งจะมาครั้งแรกส่วนแตนก็ยังไม่เคยได้เดินดูเลย
 
พระอาจารย์พาดูดอกไม้ พร้อมกับสาธยายถึงสรรพคุณของว่านและสมุนไพรต่าง ๆ
เราไม่แปลกใจนักที่พระอาจารย์จะรู้จักต้นไม้และสมุนไพรอย่างดี
เนื่องจากพระธุดงค์นั้นต้องพึ่งตัวเองและก็สมุนไพรนี้เท่านั้น
ไม่งั้นก็คงจะอยู่ป่าอยู่ดงไม่ได้
 
ตัวเรามาสะกิดใจตรงที่ดอกไม้สองสามชนิดก็คือ
ดอกจำปา…พระอาจารย์บอกว่า ดอกจำปานี่สอนธรรมะเรานะ
ก็คือว่า สิ่งไม่ดีที่ผ่านมาในชีวิตเรานั้น (อย่าไป) จำ (ให้) ปา ทิ้งไปเสีย
ส่วนดอกจำปี ก็สอนเราว่า
สิ่งดี ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต หรือความดีที่เราทำไว้
(ให้) จำ (ไว้เป็น) ปี ๆ เลยทีเดียว
แต่ดอกไม้ที่เราชอบเป็นพิเศษคือ สายหยุด
ซึ่งสอนธรรมะว่า "ให้รีบเร่งทำความดี (และความเพียร)
ก่อนที่จะสาย…แก่เกินกว่าจะทำได้ น่ะซี