หลวงพ่อสมจิตร

 
ไปผาซ่อนแก้วคราวนี้ กลับไม่ได้ขึ้นถ้ำตามที่หวังไว้
แต่กลับได้ไปเที่ยวน้ำตกแทน…
และที่น่ายินดีก็คือว่า ได้ไปกราบหลวงพ่อสมจิตร          
 ซึ่งเป็นสหธรรมิกของพระอาจารย์ยงยุทธ
 
 นับตั้งแต่ได้ยินพระอาจารย์ยงยุทธพูดถึงหลวงพ่อสมจิตร
 โดยเฉพาะเรื่องที่หลวงพ่อสมจิตรนี้ได้มรณภาพมาแล้วถึงสามครั้ง
 และครั้งหนึ่งในสามนั้น พระอาจารย์ยงยุทธ ก็อยู่ในเหตการณ์ด้วย
 เราจึงอยากพบ อยากมีโอกาสสนทนาธรรมกับท่านบ้าง
 จนได้มีโอกาสพบเมื่อไม่นานมานี้ ที่หลวงพ่อสมจิตรมาที่ผาซ่อนแก้ว
 แต่ครั้งนั้นคนเยอะมาก ก็เลยเปิดโอกาสให้คนอื่นที่เค้าเดือดร้อน
 และมีความจำเป็นมากกว่า…แล้วก็ได้แต่ถ่ายรูปของหลวงพ่อไว้
 
 มาคราวนี้ กลับมีโอกาสขับรถให้พระอาจารย์ยุทธ
 จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้อยู่ใกล้ชิดครูบาอาจารย์
 และได้รับธรรมะระหว่างทางโดยไม่ได้ตั้งใจอีกด้วย
 
และก็เป็นโอกาสดีที่ได้ไปกราบหลวงพ่อสมจิตรถึงวัด
ทำให้รู้จักสถานที่…และก็เป็นทางผ่านเสียด้วย
วันหลังก็คงได้แวะไปกราบท่านก่อนขึ้นผาซ่อนแก้ว
เฮ้อ…อยากรู้จักวัดของหลวงพ่ออยู่ตั้งนาน
วันนี้สมหวังเสียที…..
 
วันนี้ได้รับธรรมะจากพระอาจารย์อยู่หลายเรื่อง
และก็ชิว ชิง ตามสไตล์พระอาจารย์ยุทธ
แต่เราก็จำได้ไม่มากนัก…
 
ที่จำได้มากหน่อยก็คือว่า อย่างพิธีไปเคาะฝาโลง
เพื่อบอกคนตายให้มากินข้าว…ให้มาฟังธรรม
ซึ่งอันนี้จำได้แม่น…เนื่องจากเราบอกแม่อยู่เสมอว่า…
"ตอนนี้อยากกินอะไรก็ขอให้บอก เราจะหามาให้
เพราะว่า ถ้าตายแล้ว เราจะไม่ไปเคาะฝาโลง อย่างที่ชาวบ้านเค้าทำ"
ซึ่งแม่ก็จะเข้าใจความหมายของเราดี…
 
แต่ที่ได้ยินจากพระอาจารย์ยุทธในวันนี้ก็คือ
การที่ไปเคาะฝาโลงนั้น เป็นกุศโลบายของคนโบราณ
ที่จะสอนลูกหลานหรือคนที่ยังเป็น ๆ อยู่ว่า
ให้รีบทำบุญ และฟังธรรมเสียแต่ตอนมีชีวิตอยู่
เห็นไหมล่ะ…ตอนนี้ไปเรียกก็ลุกขึ้นมาฟังไม่ได้เสียแล้ว
 
การกินอยู่ก็เหมือนกัน…ตอนมีชีวิตอยู่
ชอบกินอะไร ที่พอเหมาะพอควรกับสภาพตัวเอง
ก็กิน กินซ๊ะ เดี๋ยวตายเสียก่อนก็อดกันเหมือนคนที่นอนอยู่ในโลงนั้น
และอีกอย่างหนึ่งก็ สอนเราว่า
อย่าตระหนี่เรื่องการกิน…แบ่งให้คนอื่นได้ ก็แบ่ง ๆ กันไป
หรือถ้าเป็นไปได้ ก็ตักของที่เราชอบกินให้คนอื่น
ส่วนตัวเราดูจิตดูใจตัวเองแทน…
 
จึงทำให้คนเรามีประเพณีกินเลี้ยงเกิดขึ้นไง
ซึ่งปกติก็จะมีแค่การเลี้ยงอาหารกันเท่านั้น
แต่ถ้าเราอยากรู้นิสัยใจคอหรือความลับของใครซักคน
เราก็จะเลี้ยงเหล้าด้วย…พอเมาขึ้นมา พ่อก็จะเล่าออกมาจนหมด
ดังนั้นเค้าจึงเรียกสุราว่า เหล้า (เล่า) นั้นเอง
ลงจนได้พระอาจารย์เรา …5 5 5 5 5