ใจถึง ๆ …หน่อย !

หลายวันมานี้ งานทางสมมติย่งมาก
จนไม่มีเวลาทำงานวิมุติซักเท่าไร
ขนาดเวปที่ทำไว้ก็ไม่มีเวลาเข้าไปดู
จนแบนด์วิดท์เกิน…โดนระงับการใช้งานอยู่หลายวัน
กว่าจะจัดการได้…ก็ใช้เวลาอีกเหมือนกัน
ก็เลยเห็นได้ชัดเจนว่า ตราบใดที่ยังขลุกอยู่กับสมมติ
หนทางไปสู่วิมุติก็ค่อนข้างแคบและรกชัฎ
คงต้องใช้เวลามากกว่าการปลีกตัวออกจากสมมติอย่างมากแน่นอน
 
มีสองครั้งที่ผ่านสวนเสือศรีราชา ก็คิดว่า
น่าจะแวะไปกราบพระอาจารย์ปราโมทย์ก่อนค่อยไปทำงาน
นี่ถ้าไปคนเดียว…ก็คงได้แวะเข้าไปแล้ว
ก็เลยได้แต่ส่งจิตไปกราบท่าน
 
จนมาถึงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (14 ต.ค. 50 )
จึงได้มีโอกาสไปจริง ๆ เสียที
คราวนี้มะได้ไรมาก…นอกจาก ใจถึง ๆ หน่อย
คือว่าให้ดูกิเลสที่เกิดขึ้นด้วยใจที่เป็นกลาง สักแต่ว่ารู้
ซึ่งเมื่อก่อนนี้ยังมองไม่เห็น…โดยเฉพาะกิเลสในเรื่องอยากดี
ทำไปโดยไม่รู้ตัวเลยสักนิด…
เส้นคั่นระหว่าง ฉันทะ กับ ความอยากปฏิบัติ นั้นบางเสียเหลือเกิน
จนไม่สังเกตก็จะมองไม่ออก…
ได้แต่สังเกตกายว่าถ้าผิดปกติ…
ก็แสดงว่ากำลังดูด้วยความอยากและด้วยใจที่ไม่เป็นกลาง
ตอนนี้สติพอมีกับเค้าบ้าง…
กิเลสหยาบ ๆ จึงจัดการกับมันได้ไม่ยาก
 
วันนี้ขณะที่รอตุ้ยนั้น กัลยาณมิตรท่านหนึ่ง
ซึ่งไม่รู้จักชื่อกัน ได้แต่เห็นหน้ากันบ่อย ๆ ที่นี่
เค้าได้ถามว่า ได้รับซีดีสัมภาษณ์ อ.สุรวัตร หรือยัง?
ก็บอกว่า ยัง เค้าจึงได้ให้มาแผ่นหนึ่ง
เมื่อมาเปิดฟัง ก็ได้รับคำตอบที่เหมือน ๆ กัน
คือว่า ให้รับรู้ ดูด้วยใจเป็นกลาง ไม่เข้าไปแทรกแซง
และก็แค่ดู ไม่จำเป็นต้องทำอะไรทั้งนั้น
ก็เลยคิดว่า ตอนนี้คงรับธรรมะได้แค่นี้กระมัง
 
ช่วงที่ผ่านมานี้ คิดว่างานคงยุ่งจริง ๆ
สังเกตได้ว่า เราไม่เคยนั่งรถหลับมานานมากแล้ว
แต่วันนี้กลับนั่งหลับไปได้…ยังไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร
เป็นเพราะร่างกายมันรับไม่ไหวจริง ๆ
หรือว่าตอนนี้เราไม่เข้าไปแทรกแซงกับนิวรณ์กันแน่????