ปลิโพธ

หลายวันมานี้ มีโอกาสไปวัดบ่อยหน่อย
อาจจะเป็นเพราะว่า เพิ่งออกพรรษา และเป็นช่วงกฐิน
อีกทั้งมีอาเหลียงมาช่วยงาน
จึงทำให้มีคนมาแบ่งเบาภาระทางโลกไปได้มากทีเดียว

เนื่องจากอาเหลียงมาพักอยู่ด้วยกัน และพูดภาษาเดียวกัน
จึงมีเรื่องคุยกันมากพอสมควร
แต่มีเรื่องหนึ่งที่เค้าถามเราว่า "จำเป็นด้วยหรือที่จะต้องบวช?"
เราก็ตอบเค้าไปว่า "ถ้าหากต้องการมรรคผลนิพพานโดยไม่เนิ่นช้าละก็
จำเป็นต้องบวช แต่ถ้าหากว่าจะเก็บคะแนน สะสมแต้มไปเรื่อย ๆ
และก็หวังว่าซักชาติหนึ่งข้างหน้าก็คงจะถึงมรรคผลนิพพานเองละก็
ไม่ต้องบวชก็ได้ ครองเพศคฤหัสถ์อย่างนี้แหละ แล้วก็ฝึกดูจิตไว้
ทำงานไป ดูจิตไป ก็ได้ เมื่อยังห่วงเรื่องทางโลกอยู่ก็ยังไม่ต้องบวช"

และก็พูดให้เค้าฟังว่า ชีวิตนักบวชนั้น ตัดห่วงกังวล ไปได้มากทีเดียว
เมื่อตอนที่ไปบวชนั้น ยังจำได้ว่า พระอาจารย์บอกว่า พวกท่านอยู่ที่วัดนี้
ไม่จำเป็นต้องมีเงินเลยก็อยู่ได้ ฟังทีแรกก็ยังไม่ค่อยแน่ใจนัก
แต่ก็ตั้งใจว่า จะไม่จับเงินและก็ไม่มีเงินเลย…
ตลอดช่วงพรรษานั้น ก็อยู่ได้โดยไม่ต้องมีเงินเลย
เมื่อจำเป็นต้องใช้ของสิ่งใด ก็ไปดูจากสังฆทานส่วนกลาง
ซึ่งก็มีเกินความจำเป็นด้วยซ้ำไป
หรือบางครั้ง ต้องการของใช้บางอย่างที่จำเป็น
แต่ไม่มีที่ส่วนกลาง…เราก็รอไม่นานนัก
เดี๋ยวก็มีคนมาใส่บาตรจนได้
ตั้งแต่นั้นมา เราจึงมั่นใจว่า พระไม่ต้องมีเงินก็อยู่ได้

เราพูดถึงชีวิตของฆราวาสให้เค้าฟังว่า
ทุกวันก็ต้องวุ่นวายกับการทำงานเพื่อหาเงิน
เอาไปใช้ซื้อ หรือแลกเปลี่ยนกับปัจจัยสี่เท่านั้น
ในขณะที่นักบวชไม่ต้องคิดเรื่องพวกนี้เลย
ขอให้เป็นคนอยู่ง่ายก็พอ
มีคนถวายปัจจัยสี่ได้เพียงพอกับความจำเป็นอยู่แล้ว
ดังนั้นจึงมีเวลาและสมองที่ปลอดโปร่ง เกื้อหนุนต่อการปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง

เราลืมนึกถึงไปว่า ความจริงทุกหลักสูตรของกรรมฐาน
ที่ต้องอยู่ปฏิบัติให้ครบ ๘ วันบ้าง ๙ วันบ้าง หรือมากกว่านั้น
ทางผู้ให้การอบรมมักจะแนะนำให้ผู้เข้าอบรมตัดปลิโพธให้ได้ทั้งหมดก่อน
บางแห่งถึงกับห้ามการติดต่อกับภายนอก
ห้ามอ่านหนังสือ ฟังวิทยุ ดูทีวี หรือห้ามพูดคุยกันเป็นต้น
เพราะว่าต้องการให้ตัดปลิโพธให้ได้นั่นเอง
ซึ่งปลิโพธนั้นมีด้วยกัน ๑๐ ประการ คือ
๑. อาวาสปลิโพธ คือ ห่วงที่อยู่อาศัย บ้านเรือน
๒. กุลปลิโพธ คือ ห่วงบริวารว่านเครือ
๓. ลาภปลิโพธ คือ ห่วงรายได้
๔. คณปลิโพธ คือ ห่วงพวกพ้อง ลูกน้อง ลูกศิษย์
๕. กัมมปลิโพธ คือ ห่วงการงานที่กำลังทำคั่งค้างอยู่
๖. อัทธานปลิโพธ คือ ห่วงการเดินทางไกล
๗. ญาติปลิโพธ คือ ห่วงพ่อแม่ ลูกเมีย พี่น้อง ครูบาอาจารย์
๘. อาพาธปลิโพธ คือ ห่วงว่ากำลังเจ็บป่วยอยู่
๙. คันถปลิโพธ คือ ห่วงการศึกษาเล่าเรียน
๑๐. อิทธิปลิโพธ คือ ห่วงเรื่องการแสดงอิทธิฤทธิต่าง ๆ

จะเห็นได้ว่า ปลิโพธ ทั้งหลายนั้น
ฆราวาสนั้น ตัดขาดได้ยากกว่านักบวชมากจริง ๆ
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เค้าจะเข้าใจได้แค่ใหน
แต่เราก็บอกว่า การมัวแต่ฟังคนอื่นนั้นไม่ดีเท่ากับลงมือทำเองหรอก
การปฏิบัติก็เหมือนกัน ถ้ามัวเอาแต่แค่(หลง)คิดอยู่ก็ไม่ไปใหนหรอก
ลงมือทำเลย อะไรซักอย่างหนึ่งที่คิดว่าเหมาะกับตัวเอง
แล้วก็ฝึก และก็ฝึก และก็ฝึก ให้มาก ๆ เข้าไว้
ไม่ต้องรอถึงชาติหน้า หรือจนกว่าจะได้มรรคผลนิพพานหรอก
ความสุขเกิดขึ้นได้ในชาตินี้และก็ใช้เวลาฝึกไม่นานหรอก
แล้วก็จะมีความสุขมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ไม่ต้องเหนื่อยมาก
เหมือนกับชีวิตฆราวาสอย่างที่เป็น ๆ อยู่ทุกวันนี้….

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s