หัดเดิน ..(ต่อ)

และแล้วเช้าตรู่ของวันหัดเดินก็มาถึง (25 ม.ค.)
วันนี้เราตื่นเช้าเป็นพิเศษ คือ ตีสามครึ่ง
แม้ว่าเมื่อคืนกว่าจะหลับได้ก็เที่ยงคืนกว่าแล้ว
อากาศเย็นสบาย มีฝนตกลงมาปรอย ๆ
แม้ว่าจะย่างเข้าสู่ฤดูแล้งแล้วก็ตาม
 
เรานอนคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
จนกระทั่งตีสี่จึงลุกไปเปิดไฟที่ศาลา
พร้อมทั้งปูอาสนะ และเปิดเครื่องเสียงไว้
แล้วก็กลับมานอนต่อ….555
 
จนกระทั่งหกโมงเช้าจึงออกไปเป็นเด็กวัด
เดินบิณฑบาตรตามพระอาจารย์
เมื่อกลับมาก็ไปช่วยเค้าถูศาลา ปูอาสนะ
และก็เตรียมเครื่องเสียง สำหรับพระอาจารย์
เสร็จแล้วก็ลงมากินข้าวเช้า
เนื่องจากวันนี้ลมแรง อากาศหนาว
เราเลยหลบลงไปนั่งที่ห้องใต้ดิน ซึ่งอบอุ่นดี
 
เมื่อกินข้าวเสร็จก็รีบขึ้นไปฟังธรรมจากหลวงพ่อ
เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกของผู้เข้าปฏิบัติกลุ่มนี้
ดังนั้นหลวงพ่อก็จะเริ่มด้วยการปูพื้นเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติ
แล้วก็ให้แยกย้ายกันไปปฏิบัติที่เจดีย์
เราก็รีบจัดการเก็บความเรียบร้อยในศาลา
แล้วก็กลับไปเตรียมตัวเดินขึ้นถ้ำทันที
 
เราเตรียมสัมภาระที่จำเป็นไว้สามสี่อย่างคือ
ถุงนอน เพราะว่าอากาศจะหนาวมาก
ผ้าขาวม้า…น่าจะเรียกผ้าเอนกประสงค์
เพราะทำได้สารพัดอย่าง…นุ่ง ห่ม ปูนั่ง กันแดด-ลม…
ไฟฉาย…และสุดท้ายก็อาหารงัย
เราเอาเมล็ดทานตะวันไปสามซองเล็ก ๆ
ก็กะว่าเที่ยงนี้ซองหนึ่ง เย็นนี้ซองหนึ่ง
และพรุ่งนี้เช้าอีกซองหนึ่ง…
นอกจากนี้ก็มีน้ำผึ้งอีกหลอดเล็ก ๆ
ที่สำคัญและขาดไม่ได้เลยก็คือ น้ำดื่ม
เราเตรียมไปอีกหนึ่งขวด คิดว่าเท่านี้ก็เหลือเฝือแล้ว
สำหรับหนึ่งวันกะหนึ่งคืนที่บนเขานั้น
 
เราเริ่มออกเดินทางเมื่อเวลา 10.30 น.
ฝนฟ้าช่างเป็นใจเสียนี่กระไร
แม้ว่าจะสายมากแล้ว แต่กลับมีเมฆมปกคลุมพอสมควร
แดดจึงไม่ร้อน แถมยังมีลมพัดมาเฉื่อย ๆ ทำให้รู้สึกเย็นสบายดีจัง
 
การเดินในท่ามกลางบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์เช่นนี้
ทำให้ใจเราลิงโลดไปด้วย…
นอกจากนี้ยังเป็นการเดินไปคนเดียว
ทำให้รู้สึกอิสระ เหมือนนกที่บินไปได้อย่างเสรี
ไม่มีกำแพงมาขวางกั้น…และไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับหมู่คณะ
พลันก็นึกถึงพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่ท่านชอบปลีกวิเวกไปแต่เพียงผู้เดียว
 
เราพยายามเดินให้สัมพันธ์กับลมหายใจ…
แต่ว่า เอ…ทำไมลมหายใจมันยาวนักนะ
พยายามจะสูดลมให้สั้นลงเพื่อจะได้สัมพันธ์กับเท้าที่ก้าวไป
แต่ก็ยังยาวเกินกว่าจะสัมพันธ์กับเท้าได้
แม้ว่าจะเดินให้ช้ามากจนเกือบจะเป็นย่องเบาแล้วเชียว
เอาวะ ! สงสัยยังไม่เหนื่อย…
อีกซักครู่หนึ่งเหนื่อยก็คงจะหายใจเร็ว และหอบเหมือนหมาหอบแดด
ตอนนั้นก็คงจะได้การก้าวเท้าที่สัมพันธ์กับลมหายใจเองแหละ
 
การเดินอย่างช้า ๆ ด้วยหัวใจที่เบิกบาน
มองดูบรรยากาศรอบ ๆ ตัวอย่างสดชื่น
วันนี้ช่างเป็นวันที่สดใสเสียนี่กระไร
เจ้าแมงปอที่บินมาวนเวียนเคลียคลออยู่ใกล้ ๆ
เหมือนกับจะแวะมาทักทายและขอเป็นเพื่อนร่วมทาง
เอ้า…งั้นเรามาเดิน(บิน) ไปด้วยกัน
ไปค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเรา…
 
การเดินในช่วงต้น ๆ นี้ ยังเป็นการเดินในที่โล่ง
เป็นที่ราบเสียส่วนใหญ่ จะมีขึ้นเนินลงเนินบ้างก็เล็กน้อยเท่านั้น
ขณะนี้เริ่มเข้าหน้าแล้งแล้ว ใบไม้เริ่มทิ้งตัวเองร่วงหล่นลงมากองกับพื้นดิน
อีกไม่นานก็คงละลายรวมเป็นเนื้อเดียวกับแผ่นดินเช่นเดิม
ปล่อยให้ต้นไม้ยืนกางแขนโดดเดี่ยวไร้นกมาเกาะ
ทำให้ดูเหงาเศร้าศร้อยวังเวงไปถนัดตา
ต้นไม้ที่เคยเขียวชอุ่มและปกคลุมไปทั่ว
มาบัดนี้กลับแห้ง และพร้อมที่จะเป็นเชื้อให้แก่ไฟป่าได้เป็นอย่างดี
 
บัดนี้ภูเขาได้เปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดสีเขียวมาเป็นสีเหลืองเรืองรอง
และแต่งแต้มด้วยสีดำเป็นจุด ๆ จากฤทธิ์ของไฟป่า
ความรกทึบของป่าหดหายไป…กลายมาเป็นภูเขาที่ผอมซีดเซียว
ทำให้มองเห็นทัศนียภาพได้ไกลมากทีเดียว
ความกลัวเรื่องหลงทางหายไปเป็นปลิดทิ้งเลย
 
เมื่อเดินเข้าสู่ชายป่า ก็ได้พบกับเจ้ากิ้งก่ามาคอยดักต้อนรับ
ทีแรกก็วิ่งด้วยความตกใจ แต่ก็มาหยุดตรงหน้าพอดี
ก็จึงหยุดทักทายกัน มันก็เหมือนจะเข้าใจคำพูดของเรา
คอยยืนนิ่งฟังเราพูดกับมัน…
ทักทายกันพอสมควรแล้วเราก็เดินจากไป
 
นอกจากเจ้ากิ้งก่าแล้ว ยังมีอีกตัวหนึ่งที่แวะมาทักทาย
ก็เจ้าผีเสื้อตัวสวย…บินมาเกาะที่ใบไม้ข้างทางหน้าเรา
เราก็เลยหยุดแวะทักทายกับมัน…
ก็แปลกดีที่เรายื่นมาไปจับใบไม้ที่มันเกาะ
มันก็ยังเกาะเฉยอยู่ ไม่ได้ตกใจแล้วบินหนีไปแต่อย่างใด
กลับกะพือปีกสีสวยเหมือนกับจะอวดว่า "ปีกฉันสวยไม๊?"
 
เรายังคงเดินอย่างช้า ๆ แต่ลมหายใจกลับเริ่มถี่ แรงและเร็วขึ้น
แต่ว่าก็ยังคงช้ากว่าเท้าที่ก้าวไป…แม้ว่าจะเดินให้ช้าแล้วก็ตาม
เดินผ่านน้ำตกชั้นที่หนึ่ง สอง มาแล้ว
ขณะนี้แห้งผาก ไม่มีน้ำเลย เหลื่อแต่ร่องรอยความเป็นน้ำตกให้เห็นเท่านั้น
เมื่อไรหนอ กิเลสในใจเราจะเหือดแห้งหายไปเหมือนกับสายน้ำในขณะนี้???
 
เดินมาจนถึงต้นไม้ใหญ่ที่เคยถูกไฟป่าไหม้จนข้างในกลวง
คนสามารถเข้าไปยืนถ่ายรูปข้างในนั้นได้หลายคน
แต่ว่าต้นไม้นี้ก็ยังไม่ตาย!!! …ก็เหมือนคนเรา
ถ้าผ่านปัญหาเรื่องราวต่าง ๆ ที่หนักหนามาแล้ว
ต่อไปเรื่องอื่น ๆ ก็เป็นเรื่องเล็ก ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
 
พยายามจะเดินรวดเดียวให้ถึงถ้ำเลย แต่ว่า…
ขณะนี้ น่องมันตึงมากจนจะขยับขาไม่ออกแล้ว
ก็จำต้องหยุดพัก…เมื่อหยิบมือถือออกมาดู
โห…เกือบเที่ยงแล้วเนี่ย…งั้นแวะพักเสียหน่อยก็แล้วกัน
อินทรีย์ยังไม่แก่กล้าก็อย่างนี้แหละ…ก็คงต้องฝึกต่อไป
 
เมื่อจัดการกับเมล็ดทานตะวันไปซองหนึ่ง
รวมทั้งน้ำผึ้งและน้ำดื่มอีกนิดหนึ่งก็เริ่มออกเดินต่อทันที
อีกไม่นานนักเราก็มาถึงถ้ำ…ที่หมายปลายทาง
ละที่พักแรม ปฏิบัติภาวนาในคืนนี้
 
ตอนนี้ในถ้ำเริ่มมีของหลายอย่างพอสมควร
ถ้าเราเป็นพระก็คงจะหยิบมาใช้ พอทำให้สะดวกสบายมิใช่น้อย
แต่นี่เป็นของพระ…เราเลยไม่กล้าหยิบ
จึงนั่งลงไหว้พระ แล้วก็นั่งพักผ่อน  

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s